มาถึง มหาวิทยาลัยที่สอง
เหตุผลสำคัญที่ทำให้จขบ.กับมหาวิทยาลัยแรกต้องพรากจากกันT^T
 
มันเริ่มหลังจากที่ จขบ.รายงานตัวและจ่ายตังค์ของม.ที่สองเรียบร้อยแล้ว
รวมแล้วเบ็ดเสร็จก็หมื่อนกว่าๆ(รวมค่าหอ) ค่าเทอมที่นี่ไม่แพง
 
แต่แล้วหลังจากนั้นมาไม่กี่วัน มหาวิทยาลัยที่สาม ซึ่งจขบ.ยื่นไปก่อนม.ที่สอง
ประกาศผลออกมา มีชื่อจขบ.ติดอยู่ในนั้นด้วย ก็รู้สึกแอบดีใจนะ บอกแม่ด้วย
แต่อันนี้ก็แค่รอบสัมภาษณ์นะ จขบ.แอบหนักใจอยู่เหมือนกัน แต่แม่ให้ไปสัมภาษณ์
จขบ.ก็เลยไป เพราะอีกอย่าง สาขานี้จขบ.ก็ชอบเหมือนกัน
 
บรรยากาศตอนสอบสัมภาษณ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง ในหลายๆอย่าง ที่นีไม่มีรุ่นพี่มาต้อนรับ
(อาจจะเพราะพี่ๆเขายังเรียนกันอยู่) แล้วตอนก่อนสัมภาษณ์ จะต้องขึ้นไปข้างบนตึก
แล้วบนชั้นที่จะสัมภาษณ์ก็จะมีห้องอยู่สองฝั่ง เราเดินตรงไปตามทางตามที่เจ้าหน้าที่บอก
ไปที่ห้องรอสอบสัมภาษณ์เป็นห้องแอร์ห้องเล็กๆ มีโต๊ะและเก้าอี้ ที่นี่ค่อนข้างสะดวกสบาย
เก้าอี้นิ่มๆ แอร์เย็นๆ โต๊ะสำหรับวางเอกสารบลาๆ แถมให้ผู้ปกครองเข้ามานั่งรอได้ด้วย
 
ประมาณหนึ่งช่วงโมง ก่อนสอบ จะมีเจ้าหน้าที่เอาเอกสารมาแจกให้ เป็นเอกสาร
ประวัติ ทะเบียนนิสิตหรืออะไรซักอย่าง ให้เรากรอกประวัติตัวเอง ของพ่อแม่
แล้วก็ติดรูป แล้วหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะมาเรียกทีละคน ให้ไปที่ห้อง โดยเจ้าหน้าที่จะเป็นคน
พาไป พอไปถึงหน้าห้อง เจ้าหน้าที่จะให้เราวางเอกสารที่กรอกไว้และให้เราเข้าไปในห้อง
.
.
.
จขบ.เข้าไปในห้องแล้ว ต้องขอบอกเลยว่าแตกต่างกันมากกับม.ที่สอง
ที่นี่ห้องสัมภาษณ์เป็นห้องเล็กๆ ตรงกลางห้องมีโต๊ะต่อๆกันสูงพอประมาณ เอาไว้กั้นกลาง
แล้วก็จะมีโต๊ะสัมภาษณ์อยู่สองฝั่ง ฝั่งของจขบ.โต๊ะที่สัมภาษณ์มีอาจารย์สองคนเป็นผู้หญิง
ทั้งคู่ โต๊ะที่สัมภาษณ์ ใหญ่ๆมากๆ ต้องเอื้อมมือส่งเอกสารเลย อาจารย์ที่นี่ใจดีที่สุด
เท่าที่เคยไปสัมภาษณ์มา แต่ติดตรงที่ว่า เวลาตอบคำถาม เราจะต้องมองอาจารย์ทั้ง
สองคนสลับกันไปมา เพราะอาจารย์ทั้งคู่ต่างแสดงความสนใจในเวลาที่เราตอบคำถาม
พอร์ตโฟลิโอ อาจารย์ก็ดูทุกหน้า มีคำถามอะไรก็ถามได้ สรุปเลย อาจารย์ใจดี
และนุ่มนวลมาก สอบสัมภาษณ์จบ อาจารย์ให้รหัสยืนยันเคลียริ่งเฮ้าส์มา แล้วให้เสร็จชื่อ
ลงในใบ ยืนยันเข้าศึกษา ตอนนั้นจขบ.ก็เกือบจะลืมเซ็น อาจารย์เลยช่วยย้ำให้กันลืม
.
.
.
ได้่รหัส มาเรียบร้อยแล้ว จขบ.ก็กลับบ้านกับแม่ แม่ก็คิดว่าจขบ.น่าจะได้แล้ว จากที่จขบ.เล่าให้แม่ฟัง
แม่จขบ.เลย เม้ามอยกับญาติๆเรียบร้อย ว่าจขบ.ติดแน่ แอบกลัวจะไม่ติดเหมือนกัน แตวันผลออก
ก็ติดจ้า จขบ.ไม่รู้ว่าทำไม จขบ.ไม่รู้สึกดีใจเท่ากับที่แรกที่ติด มันอาจจะเพราะว่า ตอนนั้นม.ที่สอง
เป็นม.แรกที่จขบ.สอบติด เลยดีใจมากเป็นพิเศษเพราะมีที่เรียนแล้ว
.
.
.
ม.ที่สามนี่ พอติดแล้ว จขบ.เห็นพ่อแม่มีความสุข ทั้งสองท่านต่างภูมิใจ จขบ.ก็มีความสุขไปด้วย
ทว่าความลำบากใจก็ได้เกิดขึ้นกับตัวจขบ. พ่อกับแม่มักจะบอกให้จขบ.เลือกที่อยากจะเรียน
โดยทุกๆที่ ที่จขบ.ยื่นนั้น ล้วนเป็นคณะที่จขบ.อยากจะเรียน แล้วพอติดเกินหนึ่ง มันเลยทำให้รู้สึก
ลำบากใจ เพราะชอบทั้งคู่ ถ้าติดที่เดียวก็คงไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว 
.
.
.
จขบ.ชอบบรรยาศของม.ที่สอง แต่ผู้ปกครองและส่วนใหญ่ชอบชื่อเสียงของม.ที่สาม 
ถ้าจะวัดเรื่องชื่อเสียง ก็คงจะต้องบอกว่าเหมือนมวยคนละรุ่นกันเลยล่ะ ตรงนี้ทำให้ทุกคน
เอนเอียงไปทางม.ที่สาม แต่พี่ๆที่น่ารักของม.ที่สองก็ดึงดูุดจิตใจของจขบ.ไปเยอะมาก
สุดท้าย จขบ.ก็ยอมแพ้เสียงข้างมาก เลือกม.ที่สามด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งอนาคต
ด้านการทำงานบลาๆ
.
.
.
เคยมีคนเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยเหมือนผู้ชายสองคนที่เข้ามาในชีวิต ซึ่งมันตรงกับจขบ.มาก
เค้าเปรียบไว้ดังนี้
ผู้ชายคนนึง คือคนที่แสนดีและอบอุ่น เราคิดว่าเราเทใจให้เค้า ถึงจะไม่รู้ว่าถ้าได้อยู่
ด้วยกันอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เค้าคือคนที่อบอุ่น ใครๆก็อยากอยู่ด้วย แต่พ่อแม่
กลับไม่ค่อยจะสนใจเค้าซักเท่าไหร่
ต่างกับผุ้ชายคนที่สอง เค้าเป็นคนดี เค้าเป็นที่นับหน้าถือตา พ่อแม่และทุกคน
ต่างก็เชียร์เค้า อยู่กับเค้าแล้วอนาคต น่าจะเป็นอะไรที่ดี เราเองก็ชอบคนดีเหมือนกัน
.
.
.
แล้วจขบ.ก็ไปเจอคอมเม้นท์ที่ว่า ถ้าให้เลือก เขาเลือกอนาคตมากกว่า ต้องคิดให้ไกล
คิดให้เยอะ มองถึงอนาคตว่าอยู่กับใครจะทำให้อนาคตเราดักว่ากัน
'.
.
.
คอมเม้นท์นั้นทำให้จขบ.ตัดสินใจเลือกได้ ในวันที่ไปส่งเอกสารลาออกที่ไปรษณีย์
จขบ.แอบได้ยินเพลงที่ในร้านเปิดแล้ว มันจี๊ดมากกกกกก แทงใจดำๆเบาๆ ชั้นเหมือนคนเลวT^T
 
เนื้อเพลงคร่าวๆมีดังนี้
"ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอกับเค้าได้พบกัน เรื่องจริงหรือความฝันเธอเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้"
"ไม่ต้องหาคำปลอบโยน สุดท้ายเธอก็ไป"
"ไม่ต้องมายื้ออีกแล้ว หมดใจก็ไปเหอะเธอ เห้ออออ เฮอออ..."
"ไปอยู่กับคนนั้นคนที่เธอสบายทั้งกายและใจ" แงงงงงงงงงงงงงง ทำไมเปิดเพลงนี้
ตอนที่เรากำลังกรอกจดหมายจ่าหน้าสองถึงมหาลัยที่เรากำลังจะลาออก
.
.
จขบ.ยื้อไว้นานมาก เป็นเดือนเลย ไม่ยอมส่งไปเพราะลังเลมาก
พี่ๆก็ถามเหมือนกันว่าจขบ.จะเอาที่ไหน จขบ.ไม่อยากบอกเหตุผลไปตรงๆแอบกลัวพี่ๆ
จะเสียความรู้สึกหรือเปล่า แต่พี่ให้กำลังใจจขบ. ให้จขบ.ไป แล้วก็มีปัญหาก็ปรึกษาได้
เพราะพี่บอกว่า ยังไงเราก็คนมีอุดมการณ์เดียวกัน ซึ้งอ่ะ TTTTTTTTTT
 
 
ปล.ชื่อเพลงที่จขบ.ได้ยินคือ เพลง คำปลอบโยน ของวงคิว
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet