สอบสัมภาษณ์รับตรง

posted on 25 Mar 2013 20:36 by icekitz in Diary
ตอนนี้ต่อจากตอนที่แล้ว(บ่น ระบาย เรื่อยเปื่อย ชีวิตม.หก)
ที่แยกออกมาเพราะคิดว่าตอนที่แล้วยาวพอแล้ว ตอนนี่ก็ยาวเลยแยกดีกว่า
ตอนนี้จะมาพูดถึง รับตรงหลายรูปแบบที่จขบ.ได้พบเจอมา ความรู้สึก บรรยากาศบลาๆ
.
.
.
เริ่มจากที่แรก ที่นี่มีสัมภาษณ์แค่อย่างเดียว คือเป็นโควต้าจัดสรรอะไรซักอย่างจขบ.
ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ทุกคนที่ยื่นรายชื่อไป ได้สัมภาษณ์ และตัวจขบ.เองก็ด้วย
ตอนวันใกล้สัมภาษณ์ ยอมรับเลยว่า ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ไม่ได้ทำพอร์ตเลยด้วย
อาจจะเพราะว่าคิดว่าติดแล้วก็คงจะไม่เอา เลยไม่เตรียมตัวไปเลย ตอนนั้นก็ฟังเพื่อนมา
เพื่อนบอกว่าติดหมดแล่ะ ไม่ต้องเครียดไรงี้ พอถึงวันสัมภาษณ์จริงๆ คนเยอะมากจ่ะ
แล้วก็เตรียมพอร์ตกันมาทั้งนั้นเลย พอถึงเวลาต่างคนต่างก็ไปลงชื่อสาขาที่ตัวเองจะ
สอบสัมภาษณ์ จขบ.ก็ไปลงชื่อรับบัตรคิวมา แต่อันที่จริงก็ไม่รู้ว่าบัตรคิวนั้นเอาไว้ใช้ทำอะไร
เพราะเอาจริงๆแล้วเค้าไม่เรียกตามคิวเลย บอกแค่เลขโต๊ะสัมภาษณ์ แล้วจะรู้
ได้อย่างไรว่าจะถึงคิวเราตอนไหน  คนเบียดกันเยอะมาก แทบจะไม่มีที่นั่ง จขบ.มีเพื่อนคนนึง
ชวนเข้าไปสอบสัมภาษณ์คือไม่รู้ว่าถึงคิวหรือยัง แต่ฉันจะเข้าอ่ะ(เข้าใจป่ะ) เพราะเราไม่รู้คิวจริงๆ
เลยเดินเข้าไป ส่วนเพื่อนคนนั้นสาขาเดียวกันแต่คนล่ะโต๊ะก็แยกกันไป
.
.
.
เข้าไปในห้อง เป็นห้องค่อนข้างใหญ่ มีโต๊ะเรียงกันหลายโต๊ะ โต๊ะนึงมีครูสองคน
แล้วเราก็เข้าไปต่อแถว รอคิวสอบสัมภาษณ์ เห็นแต่ล่ะคนที่มาเตรียมพอร์ตกันมา
แบบว่าพร้อมาก ถึงตอนนี้ก็เริ่มกลัวๆนิดนึง พอเห็นคนโต๊ะข้างๆแบบว่า อาจารย์ถาม
ว่ามีเวลาตั้งนานก่อนมาสอบสัมภาษณ์ทำไมไม่เตรียมพอร์ตหรืออะไรมาเลย ถึงกับอึ้ง
เราจะโดนมั้ย พอถึงคิว รู้สึกตื่นเต้นมาก ปกติเป็บคนหลังงอ พอไปนั่งแล้วลืมตัว
นั่งหลังงอเลย แล้วก็ขาดความมั่นใจด้วย แบบว่าไม่มีไรเลย ไม่ได้เตรียมตัวเลยจริงๆ
ถ้ารุ่นน้องมาอ่าน ขอให้ดูไว้เป้นตัวอย่างว่าอย่าทำแบบนี้นะ มันไม่ดีจริงๆ
วันนั้นตอบคำถามแบบมึนๆเมาๆ อาจารย์ก็ไม่ค่อยมีอะไรจะถาม เพราะเราไม่มีพอร์ต
สรุปวันนั้นสอบสัมภาษณ์จบ รู้ตัวเลยว่าไม่ติดแน่ๆT^T แล้วก็จริงๆ
.
.
.
.
มาถึงมหาวิทยาลัยที่สองจ้า(แอบเมื่อยแล้วอ่า) มหาวิทยาลัยนี้แอบหวังนิดๆ มีให้เลือกสี่่อันดับ
เป็นรับตรงทั่วประเทศ ผลออกมา ติดอันดับที่สอง ไม่ตรงกับที่ต้องการเป๊ะ แต่ก็ชอบเหมือนกัน
ตอนนั้นบอกตัวเองเลย ที่นี่แหล่ะ เอาที่นี่แหล่ะ ได้ที่นี่ก็หรูแล้วสำหรับเรา  อีกอย่างที่นี่ก็เป็น
มหาวิทยาลัยในฝัน(ของแม่ 555+ แม่พูดกรอกหูตลอด เอาที่นะ ที่นี่ดี เลือกที่นี่นะ^^)
พอถึงวันสอบสัมภาษณ์ ครั้งนี้เตรียมตัวเตรียมพอร์ตมาอย่างดี เพราะเข็ดจากครั้งแรก
แม่ถึงกับซื้อชุดใหม่ให้ไปสอบสัมภาษณ์(o.O)  ไปถึงแล้วบอกคำเดียวเลยว่า ประทับใจมาก
พี่ๆเทคแคร์มาก แบบว่ามาถึงปุ๊บ พี่ๆมาต้อนรับถามสาขาที่ได้ แล้วก็ชี้ให้ไปหาพี่ๆกลุ่มที่รอเราอยู่
คือสาขาที่เราติดนั่นเอง พี่ๆในสาขาก็จะเข้ามาถามชื่อ ถามว่ามาจากไหน เอาป้ายชื่อมาให้
เอาขนมมาให้ ชวนคุยบลาๆ ชวนให้พวกเราที่มาสอบสัมภาษณ์คุยกัน ชอบมากๆแบบว่า
ดูอบอุ่นจัง พี่ๆก็น่ารัก ถามว่าขาดเหลืออะไรมั้ย มีอะไรสงสัยถามพี่ๆได้ตลอด นี่คือวันสัมภาษณ์
แต่รู้สึกเหมือนวันรับน้องยังไงไม่รู้ ก่อนเข้าห้องสะมภาษณ์พี่ๆจะบอกว่าคณะนี้ สาขานี้
เรียนเกี่ยวกับอะไร จบไปทำอะไร อาจารย์จะถามอะไรบ้าง บอกแบบว่ามีประโยชน์มาๆ
พี่ๆยังบอกอีกว่าติดแน่นอน ถ้าน้องไม่ไปร้องไห้ ไม่ไปกวนประสาทอาจารย์ ติดแน่ๆจ้า^^
.
.
.
ถึงเวลาเข้าห้องสอบแล้วจ้า ที่นี่เป็นระเบียบมาก เข้าแถวตามกันไปเลย แต่พอเจอห้องสะมภาษณ์ปุ๊บ
แบบว่า เอาตรงๆเลย ห้องแบบนี้น่ากลัวกว่าห้องที่สัมภาษณ์ครั้งแรกเยอะเลย เพราะ
ห้องนี่จะเป็นห้องบรรยายที่มีเก้าอี้สูงๆขึ้นไปเป็นขั้นๆ แบบอัฒจรรย์ มีเก้าอี้ที่มีโต๊ะเลคเชอร์ เลื่อนขึ้นลง
เข้าไปแล้ว แบบว่า คนเยอะจริงอันนี้ แถมตื่นเต้นมากด้วย เล่นเอาโต๊ะสัมภาษณ์ไปไว้ตรงเวทีบรรยาย
ข้างหน้า ไปสัมภาษณ์ทีคนเห็นกันหมดทั้งห้อง แถมจ้องมองเราลงมาจากด้านบนด้วย 
แล้วจขบ.ก็โดนเรียกเป็นคนแรกๆเลย  จขบ.ลงไปอยากจะบอกว่า จขบ.เป็นคนมึนนิดๆ ช่วงแรกเลย
งงๆ ไปถึงก็มีแฟ้มผลงานกับแฟ้มเอกสาร ยังไม่ทันจะนั่งอาจารย์ก็ถามคำถามกับจขบ.ซึ่ง
จขบ.ไม่รู้จะตอบยังไง อาจารย์ก็แอบทำหน้าเอือมๆ แล้วก็สั่งให้นั่งลง(ตอนนั้นน้ำตาแทบเล็ด
อาจารย์โหดจังง่าาา) อาจารย์ถามว่าจะเอาแฟ้มไหนให้ดู จขบ.ก็เลยส่งแฟ้มเอกสารยื่นให้
อาจารย์ แต่อาจารย์ยื่นมือมาหยิบแฟ้มผลงานไป แล้วบอกประมาณว่าอาจารย์จะดูอันนี้
(อ่าว แล้วจะถามทำไม อาจารยแอบกวน 555+) แล้วอาจารย์ก็ดูไปถามไป ดูทุกหน้าด้วย
ถามไปด้วย ถามไวมากๆ ไม่มีสีหน้ายิ้มแย้มอะไรเลย แต่ก็ดีที่อาจารย์ก้มหน้าดูพอร์ตบ่อย
ไม่ค่อยเงยหน้ามอง เลยไม่ค่อยตื่นเต้น แต่พอถึงคำถามที่ทำเอาจขบ.นิ่งไป ได้ทีอาจารย์ที่
สัมภาษณ์ถามจี้เลยทีนี้ มองหน้าแอบหาเรื่องนิดๆ จขบ.ก็ใจดีสู้เสือยิ้มๆไป ถึงแม้ว่าในใจจะ
โคตรกลัวเลยก็ตาม(จริงๆนะ) แต่ก็แถจนรอดไปได้ พอมาคำถามท้ายๆ เริ่มจะถามว่าเราไหวมั้ย
นั่นไหวมั้ย นี่ไหวมั้ย คำถามสุดท้ายจขบ.ชอบมาก ยังจำได้อยู่เลย อาจารย์ถามแบบหน้านิ่งๆ
ว่า เอาแน่มั้ย จขบ.บอก แน่ค่ะ อาจารย์ถามอีก แน่นะ จขบ.ก็บอก แน่ค่ะ  อาจารย์บอก
เอ้า!แน่ก็แน่(ยังหน้านิ่ง) แล้วก็ติกลงในใบ เสร็จแล้วจ้า สอบสัมภาษณ์แปปเดียว จขบ.ขอบคุณ
อาจารย์แล้วก็ออกจากห้องไป อาจารย์คนนี้ ถ้าดูจากหน้าตาต้องบอกว่า โหดที่สุดที่เจอมาเลย
แต่ถ้าวัดที่คำถามก็ต้องบอกว่าไม่ค่อยยาก+เป็นสาขาที่เราสนใจ พอจะรู้รายละเอียดวิชา
เลยพอตอบได้ อาจารย์ไม่ค่อยมองหน้าแบบจ้องๆหรือ จดจ่อตอนที่ตอบ เลยมีสมาธิขึ้นมาบ้าง
.
.
.
โดยรวมแล้วโอเคเลยจ้า พอออกมาพี่ๆเดินมาถามว่าเป็นไงบ้าง อาจารย์ถามอะไรบ้าง
อยากจะบอกพี่ว่า ก็ถามแบบที่พี่บอกนั่นแหล่ะ รักพี่ที่สุดเลย พี่ใจดีมาก น่ารัก><
 
สรุปครั้งที่สอง กลับบ้านแบบแฮปปี้ สบายใจมาก มีความสุขที่สุดเบยยย^^
.
.
.
.
.
.
.
แต่แล้วข้าพเจ้ากับมหาวิทยาลัยที่สองนี้ก็มีอันต้องพรากจากกันT^T
เพราะอะไรยังไง จะบอกในตอนต่อไป ตอนนี้เมือยมากจ้า

Comment

Comment:

Tweet