ไดอารี่แรกเลย ขอเขียนระบายความรู้ในใจหน่อยแล้วกัน
เนื่องจากวันนี้พาสมาชิกใหม่ในบ้านชื่อเจ้า สายชล หรือ นำโชค ดีหว่า?
หรือจะชื่อเจ้าเหมียว(แบบว่าสิ้นคิดมาก= =' เคยเรียกเจ้าเหมียวเรียกเท่าไหร่ก็ไม่หันซักทีT^T)
ชื่อที่จะตั้งสองชื่อนั้นล้วนมีความหมาย
สายชล = ตามละคร- -' อันที่จริงคือเจอตอนน้ำท่วมพอดี
นำโชค = เพราะว่าตั้งแต่พาเข้าบ้าน เรื่องเงินๆทองๆก็ค่อนข้างจะไปในทางขาขึ้นพอสมควร(อันที่จริงมันคือช่วงปีใหม่)
12345
ขอเล่าประวัติที่พบเจอเจ้าตัวเล็กนี่ก่อนแล้วกันนะคะ(เอ้า ตกลงจะชื่ออะไรกันแน่!)
ชะตาชีวิตเจ้าเหมียว(ชื่อเยอะนัก) ช่างน่าสงสารนัก แม่ของจขบ.เผอิญไปเจอเข้าพอดีเมื่อตอนน้ำท่วม
ที่บ้านร้างที่อยู่ข้างๆ เนื่องจากแม่ของจขบ.เอามอเตอร์ไซต์ไปจอดไว้ที่บ้านร้าง พอน้ำท่วมเลยต้องปีน
ดาดฟ้า ผ่านชั้นสองแล้วลงไปชั้งล่าง พอผ่านชั้นสองเลยลองเปิดประตูสำรวจห้องเล็กที่มีเพียงที่นอน เศษผ้า
และพรมเช็ดเท้าอยู่แค่นั้น แต่พอเหลียบมองดีๆก็ไปเจอเจ้าลูกแมวตัวเล็กๆ อยู่ตรงมุมห้อง ทำปากพงาบ
เหมือนจะร้อง แต่ก็ไม่มีเสียง ด้วยคามสงสารเลยเอาข้าวกับน้ำไปให้(ยังไม่รับมาที่บ้านด้วยหลายเหตุผล
อีกเหตุผลนึงคือแม่ของจขบ.ไม่ชอบแมวแล้วก็แพ้ขนแมวด้วย เลยเอาไปไว้บ้านไม่ได้เพราะคิดว่าต้องซุกซน
แล้วก็ทำขนร่วงกราวเต็มบ้านแน่ๆ ประกอบกับตอนน้ำท่วม ที่นอนสามคนทั้งบ้านบนชั้งสองก็เบียดกันจะแย่แล้ว)
สายชลเป็นแมวกำพร้าแม่(เปลี่ยนชื่ออีกแล่ะ) แอบสงสัยเหมือนวันว่าแมวเพศเมียที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเนี่ยจะใช่
แม่ของสายชลหรือเปล่า(ตอนน้ำท่วมข้ามมาไม่ได้) เพราะนิสัยถอดแบบกันมาเลย ดุและขี้กลัวเอามากๆ(ก็นิสัย
ของแมวทั่วไปที่ไม่มีเจ้าของอ่าแหล่ะ) สายชลอยู่แต่ชั้นสองของบ้านแม่เราขังเอาไว้เพราะไม่กลัวว่าถ้าออก
ไปนอกห้องแล้วจะตกลงไปข้างล่าง เพราะน้ำยังท่วมอยู่ แต่เมื่อน้ำลด ก็ดันมีคนใจดีที่ไม่เข้าใจความปราถนาดี
- -' มาเปิดประตูห้องอก เท่านั้นแหล่ะ เจ้าเหมียวก็ตกลงไปชั้นสองเลย นั่งนิ่งไม่ยอมไปไหน เอาขึ้นมา
พอจะเดินก็ล้ม ใจเสียสุดๆเลยตอนนั้น แต่พอหลังจากนั้นก็เริ่มดีขึ้นจนเป็นปกติ แต่ก็ยังคงอยู่ที่บ้านร้างจนโต
 
เหตุที่ต้องพาสายชลมาไว้ที่บ้าน
เพราะเมื่อเริ่มโตขึ้นก็เริ่มรู้สึกสงสารว่าได้อยู่แต่ในบ้านร้างตัวเดียวเพียงลำพัง แต่เหตุผลหลักจริงๆแล้วก็คือ
สายชลตกจากชั้นสองเป็นครั้งที่สองแล้วครั้งนี้ก็ค่อนข้างหนักด้วย เพราะตอนตกลงมาร้องเสียงดังและนานมาก
กว่าจะหยุด จขบ.อยู่บ้านข้างๆก็ได้ยินชัดเจนมาก แม่เล่าให้ฟังว่าหลัวจากนั้นพอแม่ไปให้อาหาร สายชล
จะมีอาการซึมๆ เหมือนจะเป็นหวัดแมว แต่ก็ไม่ใช่ ดูเหมือนจะไม่มีแรง เบื่ออาหาร มีขี้ตาและน้ำมูก
ตอนนั้นก็คิดว่าคงจะใช่หวัดแมวแน่ๆ เพราะขนาดพ่อของจขบ.ลองฝึกให้กระโดดลงจากบันไดชั้นหนึ่ง
พอก้าวขาลงเท่านั้นแหล่ะ ลงไปนอนกับพื้นเลย ดูอาการจะทรุดๆลง ประกอบกันว่าสายชลอยู่ที่นั่นมา
นานมาแล้วไม่เคยโดนแสงแดดหรือเห็นท้องฟ้าเลยด้วยซ้ำ  จขบ.เลยอุ่มใส่ตะกร้ามาซะเลย มาถึงขั้นนี้แล้ว
ใครก้ต้องยอมให้เข้าบ้านทั้งนั้นแหล่ะ ถึงแม่จขบ.จะบอกว่าไม่ชอบมาตั้งแต่เด็กๆก็เถอะ ยังไงก็ให้ข้าวมา
ตั้งแต่เล็กๆ พอเอามาอยู่ที่บ้านผบนดาดฟ้า) อาการของเจ้านำโชค(เปลี่ยนอีกแล่ะ) ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่ยังไม่ถึงที่สุด เพราะอาการที่ไม่เป็นปกติก็คือ อาการเดินขากะเพก(สะกดถูกไหม?) ยังคงอยู่แล้วก็อาการ
เดินๆแปปๆนอน จับหัวปุ๊บ ล้มลงนอนปั๊บ ดูเหมือนจะผิดจากอาการขี้เล่นปกติ ของลูกแมวทั่วๆไป ตอนนั้น
ก็คิดแล้วว่าต้องมีความผิดปกติแน่ๆ คงจะตกลงมาแล้วขาเจ็บแน่เลย แต่ทำไมถึงยังไม่หายซักที
เลยตัดสินใจว่าจะพาไปหาหมอ
แล้ววันนี้สายชลก็ได้ไปหาหมอจริงๆ
ถึงจะรู้สึกปลอดภัยที่ไม่ได้เป็นโรคหวัด แต่ในใจก็แอบอยากจะร้องไห้ เมื่อทราบผลจากหมอ สายชลไม่ใช่แค่
ขาเจ็บธรรมดาเหมือนแมวทั่วไป แล้วก็ไม่ได้แค่มีความพิการที่ขา แต่นั่นเป็นอาการที่เกิดการตกบันไดครั้งนั้น
จริงๆเหตุผลหลักมันมาจาก สายชลมีความพิการมาตั้งแต่กำเนิด เป็นความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ที่เกิดจาก
การผสมพันธุ์กันในสายเลือดใกล้ชิด นั่นคือสายชลมีกระดูกสันหลังที่สั้นกว่าแมวทั่วไป ที่เกิดจากกระดูกสันหลัง
ชิดกันมากจนผิดปกติทำให้ดูหัวโตหลังสั้นถึงจะดูน่ารักและดูเด็กกว่าแมววัยเดียวกัน(เพราะตัวสั้น)ก็เถอะ
แต่มันร้ายแรงกว่าที่คิดเมื่อดูจากผลระยะยาว เมื่อหมอบอกว่า ตอนแก่จะส่งผลต่อการขับถาย และกระดูก
เชิงกราน มีทางรักษาอยู่เพียงทางเดียวซึ่งไม่ทำให้หายขาด จากที่ฟังดูแล้วมันเหมือนเป้นการยื้อเวลาไว้
เท่านั้นเอง นั้นคือการฉีดยาและฉีดแคลเซียมอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละสองเข็ม ถึงจะทำให้ไม่แย่ลง
ได้ฟังอย่างนี้แล้วก็รู้สึกอยากจะร้องไห้เหมือนเกินทำไมถึงเกิดมาไม่้หมือนแมวตัวอื่น ชะตาชีวิตก็โชคร้ายพอ
อยู่แล้วยังจะต้องพิการอีกหรือ แต่พอได้ยินหมอบอกอย่างนั้น แม่ของจขบ.ซึ่งไม่ชอบแมวก็ได้ตัดสินใจ
แน่ชัดเลยว่า จะเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะขืนปล่อยไปก็จะใช้ชีวิตอย่างแมวปกติไม่ได้แน่ๆ แค่ตกบันได
ครั้งนั้นก็ทำให้สายชลไม่สามารถเดินได้อย่างแมวปกติอีกแล้ว และจะไม่สามรถกระโดดเหมือนแมวตัวอื่นๆได้
(แค่วิ่งยังวิ่งไม่ได้เลย) ได้แต่เดินกะเพกๆ เอียงไปเอียงมาๆ เพียงแค่จขบ.กระทืบเท้าลงพื้นดังๆเพื่อแหย่
เจ้าสายชล ผลคือสายชลตกใจจนล้มลงไปนอนกับพื้น ก่อนจะลุกขึ้นมาได้ นั่นทำให้จขบ.ไม่กล้าทำให้เจ้านำโชคตกใจเลย  
    ทุกวันนี้ทุกคนก็พยายามดูแวอย่างเต็มที่ๆสุดเจ้านำโชค(สายชล)ทำตัวน่ารักและค่อนข้างเชื่องชอบให้ลูบหัว
ชอบเดินตามแล้วล้มตัวลงนั่งใกล้ จ้องหน้าด้วยสายตาบ๊องแบ๊วไร้เดียงสาที่สุด>0<
สิ่งเดียวที่จขบ.กลัวคือ จขบ.เคยเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์มาก่อน แล้วเมื่อหนูจากจขบ.ไป เชื่อไหมว่าตอนนั้น
อารมณ์ SAD มากๆเพราะพาไปหาหมอไม่ทัน จขบ.นั่งเสียบหูฟัง เปิดเพลงแด่เธอที่รัก(ให้หนูT^T)
แล้วนั่งน้ำตาไหลพรากอยู่คนเดียว กว่าจะทำใจได้ คิดถึงที่ไรก็แทบน้ำตาคลอทุกครั้ง(เพราะเป้นการจากไปที่
จขบ.ไม่มีวันลืม) มันทำให้จขบ.ติดเป็นนิสัยเกียดการรอคอยมาจนถึงบัดนี้ แล้วคิดเสมอว่าทุกนาที วินาที
มันมีความสำคัญมากจริงๆ  ถึงแม้แม่จะมองว่าจขบ.บ้าและเซ้นซิทีฟเว่อร์ๆ ก็เถอะ คนเราก็ต้องมีกันบ้างสิ
แบบว่าคนมันรักอ่ะให้ทำไงได้ กลัวจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งรักยิ่งกลัว 
แต่ก็แอบรู้สึกมีแรงฮึดเล็กๆ ที่อยากจะเป็นสัตว์แพทย์บ้าง ไรบ้าง แต่รู้สึกว่าสมองของจขบ.จะไม่ค่อยอำนวยเลย
ยังไงก็   Fighting!! Fighting!!   ชีวิตมันต้องสู้เพื่ออยู่รอด
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สายโชค , นำชล :D

#1 By thirty-onedcb on 2012-01-03 20:39